เดเบอร์ร่า ลี เฟอร์เนส (Deborra-Lee Furness) ภรรยาของ ฮิวจ์ แจ็คแมน (Hugh Jackman) ออกมาตอบชัด ๆ เกี่ยวกับข่าวลือเรื่องรสนิยมทางเพศของสามีขณะให้สัมภาษณ์กับ Anh’s Brush With Fame
“เขาเป็นเกย์มาตั้งนานแล้ว” เฟอร์เนส เผยพร้อมเสียงหัวเราะ “ฉันเองก็เป็นพวกรักร่วมเพศเหมือนกัน คุณรู้มั้ยตอนที่ฉันทำหนังเรื่อง Shame ตอนนั้นฉันก็เป็นเลสเบี้ยนนะ พวกเขาช็อคมากตอนที่ฉันได้แต่งงาน มันไม่ถูกนะ มันก็เหมือนเวลามีคนพูดถึง เอลตัน จอห์น ว่าเขาเป็นผู้ชายแท้ ๆ นั่นแหละ ฉันมั่นใจว่าเขาต้องโกรธแน่ ๆ”
ไม่รู้ว่างานนี้คุณศรีภรรยาพูดจริงหรือแค่พูดเล่น ๆ ขำ ๆ แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไรจากที่ทุกคนได้เห็นเสมอมาพวกเขาถือได้ว่าเป็นคู่รักที่น่ารักและอบอุ่น จนทำให้ใครต่อใครต่างก็พากันอิจฉาไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่ง แจ็คแมน กับ เฟอร์เนส นั้นได้มาเจอกันในกองถ่าย Correlli เมื่อปี 1995 แล้วพวกเขาก็แต่งงานกันในปีต่อมา “พวกเราก็แค่ได้มาเจอกับความสัมพันธ์ที่มันน่าอัศจรรย์ ฉันรู้สึกเหมือนฉันได้รับพรกับสิ่งที่ฉันได้ประสบพบเจอ ฉันรู้สึกเหมือนฉันได้เจอเนื้อคู่ ไม่ว่าจริง ๆ แล้วมันจะเป็นอะไรก็ตาม”
ข่าวลือที่เม้าท์กันว่า แจ็คแมน เป็นเกย์มันเริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อปี 2003 ตอนที่เขาแสดงเป็นนักร้อง-นักแต่งเพลง ปีเตอร์ อัลเลน ผู้ที่เปิดตัวชัดเจนว่าเป็นเกย์ ในผลงานบรอดเวย์เรื่อง The Boy from Oz โดยในเรื่อง แจ็คแมน จำเป็นต้องจูบกับ จาร์ร็อด เอมิก (Jarrod Emick) เพื่อนนักแสดงชายของเขาบนเวที ซึ่งในความเป็นจริงซีนจูบเพศเดียวกันมันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมิวสิคัลต้นฉบับ ตอนที่มันปล่อยออกมาครั้งแรกเมื่อปี 1998 แต่มันเพิ่งจะถูกเพิ่มเข้ามาในสคริปต์ตอนที่จะทำบรอดเวย์เมื่อปี 2003 แต่หลังจากนั้นแฟน ๆ ต่างก็เซอร์ไพรซ์ที่จะได้เห็น แจ็คแมน ในบทซูเปอร์ฮีโร่มาดแมน วูล์ฟเวอรีน
เมื่อปี 2018 ขณะให้สัมภาษณ์กับ U.S. Radio Station แจ็คแมน ได้พูดถึงข่าวลือเรื้อรังเรื่องรสนิยมทางเพศของเขา อันสืบเนื่องมาจากฉากจูบบนเวทีตอนนั้นอีกครั้งว่า “บางคนก็อาจจะรู้สึกสับสน ขณะที่บางคนก็จะพูดว่า ‘อย่ามาพูดว่าผมเป็นเกย์’ แต่สำหรับตัวผมเองผมรู้สึกดีนะ”
“ตอนนั้นผมก็แค่ล็อคริมฝีปากเขา... แล้วผมก็เริ่มหัวเราะหนักมาก” แจ็คแมน หวนนึกถึงความรู้สึกที่ได้จูบกับ เอมิก บนเวที “ซึ่งผมก็ยังจูบเขาอยู่นะ เพราะตอนนั้นผมคิดว่า ‘ผมก็แค่หัวเราะ ผมก็ยังต้องอยู่ตรงนี้ จนกว่ามันจะปิดฉากลง’ แต่มันไม่เคยปิดฉากลงเลย ผู้ชมทุกคนน่าจะเห็นตัวผมสั่น ดังนั้นพวกเขาก็เลยเริ่มเอาไปเม้าท์กัน”